การทำความเข้าใจ และเรียนรู้เรื่องระดับน้ำตาลในเลือด จัดเป็นเรื่องสำคัญของการควบคุม หรือการรักษาโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมนั้นจะแตกต่างกันไปตลอดทั้งวัน และยังมีความแตกต่างกันในแต่ละคนด้วย โดยที่ระดับน้ำตาลในเลือดมักจะต่ำที่สุดก่อนอาหารเช้า และ มักจะสูงที่สุดในไม่กี่ชั่วโมงหลังอาหาร โดยในผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีการกำหนดเป้าหมายของระดับน้ำตาลในเลือดเป็นช่วงๆ โดยที่การกำหนดเป้าหมายของระดับน้ำตาลในเลือดจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ เช่น

  • อายุ
  • เงื่อนไขสุขภาพอื่น ๆ หรือ ภาวะเจ็บป่วย
  • ระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ปัญหาเรื่องการมองเห็น ไต สมอง
  • นิสัยส่วนตัว และปัจจัยในการดำเนินชีวิต
  • ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ความตึงเครียด

“เป้าหมายของระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน “

ค่าระดับน้ำตาลในเลือดตามเกณฑ์มาตฐาน

ค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ระยะเวลาต่างๆ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 หรือ เบาหวานในขณะตั้งครรภ์ โดยอ้างอิงตาม American Diabetes Association (ADA), Joslin Diabetes Center (JDC), และ American Association of Clinical Endocrinologists (AACE) ดังนี้

ช่วงเวลา ค่าระดับน้ำตาลในเลือด (คนปกติ) เป้าหมายของค่าระดับน้ำตาลในเลือด (คนเป็นเบาหวาน)
หลังตื่นนอน ก่อนอาหารเช้า ต่ำกว่า 100 mg/dL อยู่ระหว่าง 80 – 130 mg/dL (ADA)
อยู่ระหว่าง 70-130 mg/dL (JDC)
ต่ำกว่า 110 mg/dL (AACE)
ก่อนอาหาร ต่ำกว่า 110 mg/dL อยู่ระหว่าง 70-130 mg/dL (JDC)
1 – 2 ชม.หลังอาหาร ต่ำกว่า 140 mg/dL ต่ำกว่า 180 mg/dL (ADA & JDC)
ต่ำกว่า 140 mg/dL (AACE)
ก่อนนอน ต่ำกว่า 120 mg/dL อยู่ระหว่าง 90 – 150 mg/dL (JDC)
ค่า HbA1C ต่ำกว่า 5.7 % ต่ำกว่า 7 %

ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

การแปลผลค่าระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานและเป้าหมายของแต่ละคน โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีสำหรับคนคนหนึ่งอาจสูงหรือต่ำเกินไปสำหรับอีกคนหนึ่ง

ค่าระดับน้ำตาลในเลือด ดีมาก ดี พอใช้
ก่อนอาหาร 72 – 109 mg/dL 110 – 144 mg/dL 145 – 180 mg/dL
1-2 ชม.หลังอาหาร 90 – 126 mg/dL 127 – 180 mg/dL 181 – 234 mg/dL

 

ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับคนที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

การแปลผลค่าระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานและเป้าหมายของแต่ละคน โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีสำหรับคนคนหนึ่งอาจสูงหรือต่ำเกินไปสำหรับอีกคนหนึ่ง

ช่วงเวลา เป้าหมายของค่าระดับน้ำตาลในเลือด
หลังตื่นนอน ก่อนอาหารเช้า 60 – 90 mg/dL
ก่อนอาหาร 60 – 90 mg/dL
1 ชม.หลังอาหาร 100 – 120 mg/dL
1 ชม.หลังอาหาร 100 – 120 mg/dL
1 ชม.หลังอาหาร 100 – 120 mg/dL
1 ชม.หลังอาหาร 100 – 120 mg/dL
1 ชม.หลังอาหาร 100 – 120 mg/dL

 

ค่าระดับน้ำตาล กับความรุนแรงของโรค

นอกจจากเราจะกำหนดเป้าหมายของการรักษาด้วยระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ค่าระดับน้ำตาลในเลือดยังสามารถบอกถึงความเสี่ยงต่ออาการ หรือ โรคต่างๆได้ด้วย

Fasting blood sugar  / ค่าระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเช้า ความเสี่ยง และ คำแนะนำ
ต่ำกว่า 50 mg/dL ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนอันตราย | ให้รีบพบแพทย์
70 – 90 mg/dL ค่อนข้างต่ำ | ให้กินน้ำตาลหากมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำหรือไปพบแพทย์
90-120 mg/dL ค่าปกติ
120-160 mg/dL สูงปากกลาง | ไปพบแพทย์ & ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
160 – 240 mg/dL สูง | ไปพบแพทย์ & ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
240-300 mg/dL สูง | ดูเหมือนว่าจะควบคุมเบาหวานไม่ได้ & ไปพบแพทย์
มากกว่า 300 mg/dL สูงมาก | ควรรีบรับการรักษาโดยด่วน ให้รีบพบแพทย์

 

ถ้าค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ควรทำอย่างไร

  • จำกัดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อ
  • กินผักเพื่อเพิ่มปริมาณใยอาหาร
  • ดื่มน้ำเปล่าเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และเจือจางน้ำตาลในเลือดส่วนเกิน
  • เพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญน้ำตาลในเลือดส่วนเกิน
  • งดเครื่องดื่มที่มีรสหวาน และหลีกเลี่ยงอาการแปรรูป

ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยแค่ไหน

การตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดเป็นเรื่องสำคัญของการรักษาโรคเบาหวาน และการตรวจค่าระดับน้ำตาลที่ดีที่สุดมักจะต้องทำทั้งที่บ้านด้วยตัวเองและที่โรงพยาบาล (HbA1C)

สำหรับการตรวจสอบค่าระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ส่วนมากสามารถใช้เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (ใช้เลือดที่ได้จากปลายนิ้ว สัมผัสลงบนแถบทดสอบ) ซึ่งด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดส่วนมากอ่านค่าน้ำตาลในเลือดเป็น mg / dL

การติดตามการเปลี่ยนแปลงค่าระดับน้ำตาลในเลือดในแต่ละวันสามารถช่วยทำให้เข้าใจว่าแผนการรักษาที่มีอยู่ตอนนี้ได้ผลหรือไม่ และควรปรับขนาดยาหรือกิจกรรมเพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้ถึงเป้าหมายของการรักษา นอกจากนี้การตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยๆยังสามารถช่วยสะท้อนผลของอาหารและการออกกำลังกาย

ความถี่ของการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดนั้นแตกต่างกันไปตามแผนการรักษาแต่ละแบบ รวมถึงชนิดหรือระยะของโรคเบาหวานด้วย ได้แก่

  • ความถี่ในการตรวจค่าระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1

ผู้ใหญ่: อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และอาจมากถึง 10 ครั้งต่อวัน เช่น ก่อนอาหารเช้า, ก่อนอาหารกลางวัน และ เย็น, 2 ชั่วโมงหลังอาหาร, ก่อนและหลังการออกกำลังกาย, ก่อนนอน

เด็ก: อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง โดยควรทำการทดสอบเวลาต่างๆ เช่น ก่อนมื้ออาหาร, ก่อนนอน, หลังอาการ 1-2 ชั่วโมง, ก่อนและ หลังออกกำลังกาย เป็นต้น

  • ความถี่ในการตรวจค่าระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

ความถี่ของการทดสอบที่แนะนำจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณอินซูลินที่ใช้ และการใช้ยา สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่ ที่ยังไม่ได้ใช้อินซูลินอาจจะไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบบ่อยๆ แต่การตรวจค่าน้ำตาลในเลือดระหว่างวันจะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบแบบเรียลไทม์ของกิจกรรม

  • ความถี่ในการตรวจค่าระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ผู้ที่ใช้อินซูลินควรทำการตรวจค่าระดับน้ำตาลก่อนอาหาร และ 1 ชั่วโมงหลังอาหาร ส่วนผู้ที่ไม่ได้ใช้อินซูลินควรทำการตรวจค่าระดับน้ำตาลตอนงดอาหารและ 1 ชั่วโมงหลังอาหาร

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารเสริม และสมุนไพรลดเบาหวาน ที่แนะนำโดยเภสัชกร

กลูเซอนา อาหารทดแทนทางการแพย์ ที่มีไว้เพื่อคนที่เป็นเบาหวานโดยเฉพาะ

แคปซูล ถั่งเช่าทิเบต ผสมเห็ดหลินจือ (สารสกัดเข้มข้น)

ชาสมุนไพร ใบหม่อน ผสม เจียวกู่หลาน และเห็ดหลินจือ

เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucosure Autocode

Test Strip แผ่นสำหรับเครื่องวัดน้ำตาล เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด Glucosure

เครื่องวัดความดันโลหิต Blood Pressure Monitor