เบาหวานทุกชนิด สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ทำให้เกิดโรค และความผิดปกติได้ในหลายๆส่วนของร่างกาย ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และคุณภาพชีวิตลดลง เมื่อปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง ก็จะสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทั้งผลกระทบต่อหัวใจ ดวงตา ไต และ ระบบประสาท

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน สามารถแบ่งออกเป็น แบบเฉียบพลัน (ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ, ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง, ketoacidosis) และ แบบเรื้อรัง (โรคไต, โรคระบบประสาท, เบาหวานขึ้นตา, หลอดเลือดหัวใจตีบ, ภาวะซึมเศร้า, โรคสมอง)

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานมักจะไม่ทราบว่าตัวเองเกิดอาการแทรกซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่สามารถตรวจพบได้จากการคัดกรองผู้ป่วย โดยการรักษาจะต้องครอบคลุมทั้งอาหาร การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักตัว และต้องคอยตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 2 ถึง 3 เท่า
  • 1 ใน 3 ของคนที่เป็นเบาหวาน สูญเสียการมองเห็นจากภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
  • มีจำนวนคนที่เป็นโรคเบาหวานป่วยเป็นภาวะโรคไตขั้นสุดท้ายมากกว่ากลุ่มคนจากโรคอื่นๆ 10 เท่า
  • ทุกๆ 30 วินาที จะมีคนจากที่ใดที่หนึ่งในโลก ถูกตัดอวัยวะส่วนหนึ่งจากขา หรือ เท้าด้วยสาเหตุจากโรคเบาหวาน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก

“ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากระบบหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในคนที่เป็นเบาหวาน แต่อย่างไรก็ตาม อาการแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยง หรือป้องกันได้ หากมีวิธีดูแลตนเองที่ดี ร่วมกับการได้รับการรักษาที่เหมาะสม “

อาการแทรกซ้อน “โรคหัวใจและหลอดเลือด”

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการ ในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนปกติ 2-3 เท่า และความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นตามอายุ

ระดับน้ำตาลในเลือดสามารถทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด และเกิดการอุดตัน นอกจากนี้หากความดันและคอเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มมากขึ้นอีก ตัวอย่างโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVDs) และ กลุ่มความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ & กล้ามเนื้อหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
  • โรคหัวใจรูมาติก กล้ามเนื้อและลิ้นหัวใจติดเชื้อแบคทีเรีย (ไข้รูมาติกเกิดจากแบคทีเรีย Streptococcal)

การป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคหัวใจและหลอดเลือด จากเบาหวาน

การป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือด สามารถลดอัตราการตาย และลดภาระทางเศรษฐกิจ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรมโดยยอมรับวิถีชีวิตแบบส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการลดปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน รวมถึงกินผักและผลไม้ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จำเป็นต้องหยุดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ออกกำลังกาย และมีวินัยในการกินยา

อาการแทรกซ้อน “โรคตา”

ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตานี้เป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นของผู้ใหญ่ (อายุ 20 ถึง 65 ปี) หากผู้ป่วยโรคเบาหวานปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้หลอดเลือดเปราะ และฉีกขาดได้ง่าย ทำให้เลือดและสารบางอย่างรั่วออกมาในน้ำวุ้นลูกตา และการอุดตัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามัวลงเรื่อยๆ และร่างกายจะมีการสร้างหลอดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน จนไปบังแสงที่จะมากระทบที่จอตา ทำให้การมองเป็นแย่ลง มองเห็นเป็นจุดดำลอยไปมา โดยปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อจอประสาทตา ทำให้เกิดอาการบวมน้ำที่จอประสาทตา นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดต้อกระจก ต้อหิน และสูญเสียความสามารถในการโฟกัสภาพ และทำให้ตาบอดได้ในที่สุด

การป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคตา จากเบาหวาน

โรคตาจากเบาหวาน ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดงออกในช่วงต้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองตามแพทย์นัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องปฎิบัติตาม ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การควบคุมโรคเบาหวาน และจากข้อมูลพบว่า เราสามารถลดความเสี่ยงจากภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้ถึง 76% เมื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

อาการแทรกซ้อน “โรคไต”

โรคไตเรื้อรัง (CKD) อาจจะเกิดจากโรคเบาหวานได้โดยตรง หรือเกิดจากอาการแทรกซ้อนอื่นๆของโรคเบาหวาน เรียกว่าเป็นโรคไตแบบทางอ้อมก็ได้ เช่น จากโรคความดันโลหิตสูง การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือ ความผิดปกติของหลอดเลือด เมื่อเกิดโรคเหล่านี้แล้วจึงค่อยทำให้เกิดโรคไตในภายหลัง

ภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรง มักเกิดขึ้นภายหลังเป็นโรคเบาหวานอย่างน้อย 5 ปี โดยในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ นอกจากการตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ โดยปริมาณโปรตีนที่ตรวจพบก็จะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นตามการดำเนินของโรคเบาหวาน โปรตีนในเลือดก็ลดลง เกิดอาการบวม และการทำงานของไตค่อยๆลดลง จนในที่สุดอาจทำให้เกิดภาวะไตวาย

การป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคไต จากเบาหวาน

การป้องกานภาวะแทรกซ้อนทางไต ที่ดีที่สุดก็คือการควบคุมระด้บน้ำตาลในเลือด แต่ทั้งนี้การป้องกันที่ดีจะต้องทำก่อนการตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ (หากตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะแล้วจะไม่สามารถป้องกันได้) ทำได้แค่เพียงชะลอการเสื่อมของไตเท่านั้น ทั้้งนี้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีแนวทางปฎิบัติโดยควบคุมอาหาร โดยงดการใช้น้ำตาลทุกรูปแบบ และจำกัดอาหารพวกแป้งในบางกรณี และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

อาการแทรกซ้อน “ระบบประสาท”

ความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย และปัญหาเรื่องการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยของโรคเบาหวาน ซึ่งมีความสำคัญและบ่อยครั้งที่ทำผู้ป่วยเกิดบาดแผลโดยไม่ทันรู้ตัว หรือสังเกตเห็น แต่จะนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรง และเป็นแผลเรื้อรังซึ่งในบางกรณีมีความรุนแรงจึงต้องตัดอวัยวะทิ้ง โดยความผิดปกติของระบบประสาทจากโรคเบาหวานสามารถพบได้ทั้งระบบประสาทอัตโนมัติ ประสาทสัมผัส แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ โรคทางระบบประสาทที่เกิดจากความผิดปกตของเส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะที่เท้า

โรคเบาหวานที่ทำให้เกิดแผลที่เท้าเป็นภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดรอยโรคในชั้นเนื้อเยื่อ โดยจะพบมากในคนสูงอายุ หรือผู้ที่เป็นเบาหวานมาแล้วนานๆ มีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย หรือแม้กระทั่งคนที่มีประวัติอาการเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

การป้องกันอาการแทรกซ้อนจากความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย และปัญหาเรื่องการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน

เช่นเดียวกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน วิธีป้องกันก็คือการควบคุมโรคเบาหวานด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังควรที่จะหมั่นสังเกตเท้า และมีวิธีเพื่อดูแลเท้าโดยเฉพาะอีกด้วย

อาการแทรกซ้อน “โรคทางช่องปาก”

เราพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบของเหงือกเพิ่มขึ้น และถ้าไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม โรคเหงือกอักเสบนี้ก็จะเป็นสาเหตุหลักๆของการสูญเสียฟัน และมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ การติดเชื้อราในช่องปาก ความผิดปกติของน้ำลาย การเกิดกลิ่นปาก รวมถึงการรับรสที่เปลี่ยนไปได้อีกด้วย

การป้องกันอาการแทรกซ้อนจากความผิดปกติของโรคทางช่องปาก ของผู้ป่วยเบาหวาน

วิธีป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคทางช่องปาก นอกจากจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังต้องมีวิธีรักษา สุขอนามัยด้วย เช่น การแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ทำการตรวจสุขภาพช่องปากตามกำหนดเป็นประจำ และสังเกตความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น เลือดออกเมื่อแปรงฟัน หรือพบว่าฟันหรือเหงือกมีอาการบวมแดง ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

นอกจากนี้ ควรดูแลไม่ใช้ช่องปากแห้ง (อาการปากแห้งอาจจะเกิดจากผลข้างเคียงของยา) ซึ่งสามารถช่วยลดอาการปากแห้งด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล หลีกเลี่ยงอาหารขนาดใหญ่ที่ต้องเคี้ยวมากๆ ไม่รับประทานอาหารรสจัด เผ็ด หรือเปรี้ยวจนเกินไป หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือ การสูบบุหรี่

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารเสริม และสมุนไพรลดเบาหวาน ที่แนะนำโดยเภสัชกร

กลูเซอนา อาหารทดแทนทางการแพย์ ที่มีไว้เพื่อคนที่เป็นเบาหวานโดยเฉพาะ

แคปซูล ถั่งเช่าทิเบต ผสมเห็ดหลินจือ (สารสกัดเข้มข้น)

ชาสมุนไพร ใบหม่อน ผสม เจียวกู่หลาน และเห็ดหลินจือ

เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucosure Autocode

Test Strip แผ่นสำหรับเครื่องวัดน้ำตาล เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด Glucosure

เครื่องวัดความดันโลหิต Blood Pressure Monitor