โรคเบาหวานโดยนิยามทางวิชาการจัดเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs หรือ non-communicable diseases) คือ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ เบาหวานเป็นภาวะโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและครอบครัว

โรคเบาหวานมีสาเหตุเกิดจากอะไร

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเพียงพอ หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอินซูลินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่สร้างจากตับอ่อน มีหน้าที่ช่วยนำน้ำตาล (กลูโคส) เข้าเซลล์ เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการสร้างพลังงาน ดังนั้น หากไม่มีอินซูลินเป็นตัวช่วย น้ำตาลก็จะถูกสะสมในกระแสเลือด ซึ่งปัญหาแทรกซ้อนทางสุขภาพในระยะยาวจากโรคเบาหวานส่วนใหญ่เป็นผลจากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาอย่างยาวนาน

โรคเบาหวานมีอาการอย่างไร

สัญญาณและอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยที่หลายๆคนเป็นโรคเบาหวานมานานแต่ยังไม่รู้ตัว อาการของโรคเบาหวาน ได้แก่ หิวน้ำ หรือ กระหายน้ำ, ปัสสาวะบ่อย, ความหิวเพิ่มขึ้น, น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ, อ่อนเพลียเมื่อยล้า, มองเห็นภาพซ้อน, แผลหายช้า, เกิดการติดเชื้อบ่อยๆ

โรคเบาหวานมีกี่ชนิด

โรคเบาหวานสามารถแบ่งออกเป็นหลายชนิด โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • โรคเบาหวานชนิดที่1

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (มีประมาณ 5% ของคนที่เป็นเบาหวาน) และโรคเบาหวานประเภท 1 นี้ ไม่ใช่โรคในวัยเด็ก มันเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ ในคนทุกเชื้อชาติ และในคนทุกรูปร่าง ทุกขนาด ในโรคเบาหวานชนิดที่1 เกิดจากระบบภูมิต้านทานของร่างกายผิดปกติ โดยระบภูมิคุ้มกันไปทำลายเบต้าเซลล์ในตับอ่อน ที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลิน

  • โรคเบาหวานชนิดที่2

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเบาหวานชนิดที่พบมากที่สุด (ประมาณ 90%) ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด โดยมีสาเหตุหลักที่เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) โดยปกติแล้วเมื่อเรารับประทานอาหาร ตับอ่อนก็จะผลิตอินซูลิน เพื่อนำน้ำตาลที่ได้จากการย่อยอาหาร เข้าไปยังเซลล์เพื่อเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานให้กับร่างกาย แต่ภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดเป็นเบาหวาน และเมื่อเป็นเบาหวานแล้วไม่ได้ทำการรักษา ปล่อยให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เกิดภาวะเป็นพิษต่อเซลล์ตับอ่อน (glucotoxicity) ทำให้ตับอ่อนเกิดความผิดปกติ ผลิตอินซูลินไม่ได้ หรือผลิตได้น้อยลง เกิดเป็นภาวะขาดอินซูลิน (insulin secretory defect) ร่วมด้วย

อาการที่บ่งบอกถึงภาวะดื้ออินซูลิน ได้แก่ น้ำหนักเกิน ตรวจพบถุงน้ำในรังไข่ หรือ มีรอยปื้นสีน้ำตาลอ่อน หรือสีดำที่ผิวหนัง พบได้บริเวณคอ ข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ มักพบในคนอ้วน รับประทานอาหารหวาน หรือจำพวกแป้งปริมาณมาก ซึ่งบ่งบอกว่าอาจมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในอนาคต

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีลักษณะที่พบในประชากรทั่วไปดังนี้

  • โดยมากแล้วจะพบในประชากรที่มีอายุมากกว่า 30 ปี
  • ไม่มีอาการรุ่นแรง หรือ ไม่มีอาการบอกว่าเป็นโรคเบาหวาน หรือ มีอาการเล็กน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป มักตรวจพบโดยบังเอิญเมื่อมาตรวจสุขภาพทั่วไป กล่าวคือ คนไข้ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเป็นเบาหวาน
  • มักจะมีรูปร่างท้วม(abdominal obesity) รับประทานอาหารมากเกินกว่าพลังงานที่ใช้ ไม่ค่อยออกกำลังกาย ไม่ค่อยมีกิจกรรม
  • มีประวัติเบาหวานในครอบครัว

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

หลายคนคงมีคำถามว่า โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร

ผู้หญิงหลายคนเป็นเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ (ช่วงประมาณ 24 สัปดาห์) ในการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ไม่ได้หมายความว่า คุณเป็นโรคเบาหวานมาก่อนที่คุณจะตั้งครรภ์แล้วพึ่งจะตรวจพบ หรือ หมายความว่าคุณจะเป็นโรคเบาหวานหลังจากคลอด

ในความเป็นจริง เรายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แต่มีสมมติฐานว่าเกิดจากการที่ฮอร์โมนจากรกที่ช่วยในการพัฒนาการของทารกในครรภ์ มีผลต่อการทำงานของอินซูลินของแม่ในร่างกายของเธอ (เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน)ทำให้ร่างกายของแม่ไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ส่งผลกระทบต่อแม่ในการตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดความบกพร่องต่อทารกหากมีการดูแลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับการรักษา หรือควบคุมไม่ดี ก็สามารถทำอันตรายต่อลูกของคุณได้ แม้ว่าอินซูลินจะไม่ผ่านรก แต่กลูโคสและระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น จะต้องผ่านรกเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของทารกสูงขึ้น ดังนั้นตับอ่อนของทารกจึงต้องทำงานหนักเพื่อสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้นเพื่อลดน้ำตาลในเลือด และเมื่อทารกได้รับพลังงานมากเกินกว่าที่จำเป็นระหว่างอยู่ในครรภ์ พลังงานจึงถูกเก็บไว้ในรูปไขมัน เด็กทารกที่คลอดมาจึงมีน้ำหนักมาก ซึ่งก็นำไปสู่ปัญหาในการคลอดของแม่ และเกิดปัญหาสุขภาพของทารกตามมา เช่น มีความเสี่ยงสูงต่อระบบการหายใจ โรคอ้วน และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2

นอกจากนี้พบกว่าหญิงที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานในอนาคตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นเบาหวาน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดเบาหวานในอนาคต ของหญิงที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน อ้วนตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ น้ำตาลก่อนอาหารเช้าสูง คลอเลสเตอรอลในเลือดสูง ดังนั้น หากเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ก็สามารถลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานในอนาคต โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย

 

“โรคเบาหวานเป็น 1 ใน 5 ของ โรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นโรคที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ทั้งในด้านของเศรษฐกิจ และสังคม และ เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นต่อหลอดเลือดจึงนำมาซึ่งโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางไต ตา ปลายประสาท และเท้า ทำให้เพิ่มอัตราการเสียชีวิต และทุพพลภาพของประชากรเ และภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นตามมา”

ถ้าคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน แล้วลูกหลานจะเป็นเบาหวานรึเปล่า

โรคเบาหวานถ่ายทอดทางพันธุกรรม?

คุณอาจสงสัยว่าคุณเป็นโรคเบาหวานได้อย่างไร คุณอาจกังวลว่าลูกของคุณจะเป็นเบาหวานเหมือนกันไหม… โรคเบาหวานเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน และปัจจัยด้านพันธุกรรมก็เป็นแค่หนึ่งในนั้น นั่นหมายความว่า เบาหวานไม่ใช่โรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์ล้วนๆ เป็นโรคที่เกิดได้จากหลายสาเหตุร่วมกัน เช่น โรคอ้วน เราพบว่าคนที่เป็นโรคอ้วน และมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน มีความเสี่ยงของโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติ

แพทย์เคยคิดว่าโรคเบาหวาน นั้นเป็นเรื่องทางพันธุกรรมทั้งหมด แต่การศึกษาในระยะหลังทำให้นักวิจัยเชื่อว่ามีบางสิ่งในสภาพแวดล้อมที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน เช่น สภาพอากาศหนาวเย็น, ไวรัสบางชนิด เช่น หัด, คางทูม, โรตาไวรัส

อาจเป็นเรื่องตอบได้ยากว่าโรคเบาหวานเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือเกิดจากปัจจัยด้านวิถีชีวิตของครอบครัว หรือทั้งสองอย่าง ตัวอย่าง เช่น หลายครอบครัวกินอาหารด้วยกัน ดังนั้นผู้ปกครองย่อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการกิน ครอบครัวที่กินอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง อาจมีประวัติของโรคเบาหวาน สมาชิกในครอบครัวมีน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วนและเป็นเบาหวาน ดังนั้นหากลูกๆในครอบครัวนี้เป็นเบาหวาน จึงตอบได้ยากว่าเกิดจากพันธุกรรม หรือ เกิดจากพฤติกรรม หรือ ทั้งสองอย่างร่วมกัน

โรคเบาหวานมีวิธีป้องกันได้อย่างไร

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคเบาหวานประเภท 1 ในห้วข้อนี้เราจึงขอพูดถึงวิธีป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยในเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ มีปัจจัยเสี่ยงอยู่หลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ เชื้อชาติ และอายุ อาหาร ความอ้วน กิจกรรมการออกกำลังกาย และสิ่งแวดล้อม และเราก็เห็นได้ชัดเจนว่าพฤติกรรม และวิถีการดำเนินชีวิต รวมถึงอาการในชีวิตประจำวันนี่เองที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ดังนั้นการเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณอาจเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันโรคเบาหวาน และมันก็ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ หรือแม้กระทั่งคนที่เป็นโรคเบาหวานอยู่ก็ตาม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็อาจช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่ร้ายแรงในอนาคตได้เช่นกัน (อาการแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ปลายประสาทอักเกสบ ไตวาย และโรคหัวใจและหลอดเหลือด) โดยเรามีคำแนะนำดังนี้

  1. ออกกำลังกายมากขึ้น : การออกกำลังกายเป็นประจำ สามารถช่วยคุณ ลดน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือดของคุณ เพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลิน ซึ่งสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ในหลายๆการวิจัยแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิค และการฝึกความต้านทานของกล้ามเนื้อ สามารถช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้
  2. กินอาหารที่มีไฟเบอร์มากขึ้น : การเลือกกินอาหารที่มีไฟเบอร์เป็นองค์ประกอบจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานโดยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้อิ่ม อาหารที่มีไฟเบอร์สูง ได้แก่ ผักผลไม้ถั่วธัญพืชและถั่ว
  3. กินอาหารไม่แปรรูป : ธัญพืชอาจลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  4. ลดน้ำหนักส่วนเกิน : การลดน้ำหนักจะทำให้สุขภาพคุณดีขึ้นจนคุณอาจประหลาดใจมาก การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์

สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทย

โรคเบาหวานนอกจากจะเป็นปัญหาสุขภาพของประชากรแล้ว ยังเป็นปัญหาสุขภาพระดับประเทศ ซึ่งเรามีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

  • ประชากรชาวไทยเป็นโรคเบาหวาน 4.8 ล้านคน และในอนาคตคาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานในอนาคต อาจจะสูงถึง 5.3 ล้านคน
  • ประชากรชาวไทยที่เป็นผู้ใหญ่จำนวน 7.5 ล้านคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานในอนาคตถึงร้อยละ 70
  • จากสถิติย้อนหลัง ในปี พ.ศ.2559 พบว่ามีการเสียชีวิตที่สัมพันธ์กับโรคเบาหวานเป็นจำนวนมากถึง 76,000 ราย หรือ กล่าวได้ว่าในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานมากกว่า 200 รายในแต่ละวัน
  • ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยคาดว่าใน พ.ศ.2568 โดยจะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดและที่สำคัญจะพบว่า 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุนั้นเป็นโรคเบาหวาน

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารเสริม และสมุนไพรลดเบาหวาน ที่แนะนำโดยเภสัชกร

กลูเซอนา อาหารทดแทนทางการแพย์ ที่มีไว้เพื่อคนที่เป็นเบาหวานโดยเฉพาะ

แคปซูล ถั่งเช่าทิเบต ผสมเห็ดหลินจือ (สารสกัดเข้มข้น)

ชาสมุนไพร ใบหม่อน ผสม เจียวกู่หลาน และเห็ดหลินจือ

เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucosure Autocode

Test Strip แผ่นสำหรับเครื่องวัดน้ำตาล เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด Glucosure

เครื่องวัดความดันโลหิต Blood Pressure Monitor