ระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติ คนเป็นเบาหวาน และคนท้อง ควรอยู่ที่เท่าไหร่

0
524

ระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่บุคคลและตามแต่เวลาด้วย โดยที่ระดับน้ำตาลในเลือดมักจะต่ำที่สุดก่อนอาหารเช้า และมักจะสูงที่สุดในไม่กี่ชั่วโมงหลังอาหาร ดังนั้นการกำหนดเป้าหมายของระดับน้ำตาลในเลือดจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ เช่น

  • อายุ
  • เงื่อนไขสุขภาพอื่น ๆ หรือ ภาวะเจ็บป่วย
  • ระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ปัญหาเรื่องการมองเห็น ไต สมอง
  • นิสัยส่วนตัว และปัจจัยในการดำเนินชีวิต
  • ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ความตึงเครียด

เราขอแนะนำค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ระยะเวลาต่างๆ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 หรือ เบาหวานในขณะตั้งครรภ์หรือตั้งท้อง โดยอ้างอิงตาม American Diabetes Association (ADA), Joslin Diabetes Center (JDC), และ American Association of Clinical Endocrinologists (AACE) ดังนี้

การแปลผลค่าระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานและเป้าหมายของแต่ละคน โดยระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีสำหรับคนคนหนึ่งอาจสูงหรือต่ำเกินไปสำหรับอีกคนหนึ่ง

ตัวอย่าง ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

ตัวอย่าง ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับคนที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

นอกจากนี้เรายังสามารถบอกถึงความเสี่ยงต่ออาการ หรือ โรคต่างๆได้โดยดูจากค่าระดับน้ำตาลในเลือด เช่น

จะทำอย่างไรดี หากค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

  • จำกัดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อ
  • กินผักเพื่อเพิ่มปริมาณใยอาหาร
  • ดื่มน้ำเปล่าเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และเจือจางน้ำตาลในเลือดส่วนเกิน
  • เพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญน้ำตาลในเลือดส่วนเกิน
  • งดเครื่องดื่มที่มีรสหวาน และหลีกเลี่ยงอาการแปรรูป

ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยแค่ไหน

การตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดเป็นเรื่องสำคัญของการรักษาโรคเบาหวาน และการตรวจค่าระดับน้ำตาลที่ดีที่สุดมักจะต้องทำทั้งที่บ้านด้วยตัวเองและที่โรงพยาบาล (HbA1C)

สำหรับการตรวจสอบค่าระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ส่วนมากสามารถใช้เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (ใช้เลือดที่ได้จากปลายนิ้ว สัมผัสลงบนแถบทดสอบ) ซึ่งด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดส่วนมากอ่านค่าน้ำตาลในเลือดเป็น mg / dL

การติดตามการเปลี่ยนแปลงค่าระดับน้ำตาลในเลือดในแต่ละวันสามารถช่วยทำให้เข้าใจว่าแผนการรักษาที่มีอยู่ตอนนี้ได้ผลหรือไม่ และควรปรับขนาดยาหรือกิจกรรมเพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้ถึงเป้าหมายของการรักษา นอกจากนี้การตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยๆยังสามารถช่วยสะท้อนผลของอาหารและการออกกำลังกาย

ความถี่ของการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดนั้นแตกต่างกันไปตามแผนการรักษาแต่ละแบบ รวมถึงชนิดหรือระยะของโรคเบาหวานด้วย ได้แก่

 ความถี่ในการตรวจค่าระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 

ผู้ใหญ่: อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และอาจมากถึง 10 ครั้งต่อวัน เช่น ก่อนอาหารเช้า, ก่อนอาหารกลางวัน และ เย็น,  2 ชั่วโมงหลังอาหาร, ก่อนและหลังการออกกำลังกาย, ก่อนนอน

เด็ก: อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง โดยควรทำการทดสอบเวลาต่างๆ เช่น ก่อนมื้ออาหาร, ก่อนนอน, หลังอาการ 1-2 ชั่วโมง, ก่อนและ หลังออกกำลังกาย เป็นต้น

 ความถี่ในการตรวจค่าระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 

ความถี่ของการทดสอบที่แนะนำจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณอินซูลินที่ใช้ และการใช้ยา สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่ ที่ยังไม่ได้ใช้อินซูลินอาจจะไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบบ่อยๆ แต่การตรวจค่าน้ำตาลในเลือดระหว่างวันจะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบแบบเรียลไทม์ของกิจกรรม

หมายเหตุ ผู้ที่อยากรู้ว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 นั้นมีสาเหตุและความแตกต่างอย่างไร สามารถอ่านที่บทความ “รู้ทันโรคเบาหวาน สาเหตุ อาการ ประเภท และวิธีป้องกัน

 ความถี่ในการตรวจค่าระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 

ผู้ที่ใช้อินซูลินควรทำการตรวจค่าระดับน้ำตาลก่อนอาหาร และ 1 ชั่วโมงหลังอาหาร ส่วนผู้ที่ไม่ได้ใช้อินซูลินควรทำการตรวจค่าระดับน้ำตาลตอนงดอาหารและ 1 ชั่วโมงหลังอาหาร

ถ้าอ่านบทความนี้แล้วได้ประโยชน์ กดแชร์ส่งต่อไปให้คนอื่นด้วยนะครับ ^^

#เบาหวานแชนแนล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here