ภาวะแทรกซ้อนเบาหวาน – อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

0
184

เบาหวานทุกชนิด สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ทำให้เกิดโรคและความผิดปกติได้ในหลาย ๆ ส่วนของร่างกาย ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และคุณภาพชีวิตลดลง เมื่อปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง ก็จะสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทั้งผลกระทบต่อหัวใจ ดวงตา ไต และ ระบบประสาท

ภาวะแทรกซ้อนในระบบหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ป่วยเบาหวาน

แต่อย่างไรก็ตาม อาการแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้ หากมีวิธีดูแลตนเองที่ดี ร่วมกับการได้รับการรักษาที่เหมาะสม

หมายเหตุ: ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ เช็คได้ที่นี่ อาการระยะแรกของคนเป็นโรคเบาหวาน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน สามารถแบ่งออกเป็น

  • แบบเฉียบพลัน (ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ, ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง, ketoacidosis)
  • แบบเรื้อรัง (โรคไต, โรคระบบประสาท, เบาหวานขึ้นตา, หลอดเลือดหัวใจตีบ, ภาวะซึมเศร้า, โรคสมอง)

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานมักจะไม่ทราบว่าตัวเองเกิดอาการแทรกซ้อน (ซึ่งส่วนใหญ่สามารถตรวจพบได้จากการคัดกรองผู้ป่วย) โดยการรักษาจะต้องครอบคลุมทั้งอาหาร การออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักตัว และต้องคอยตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงของผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานจากอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ

  • มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 2 ถึง 3 เท่า
  • 1 ใน 3 ของคนที่เป็นเบาหวาน สูญเสียการมองเห็นจากภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
  • มีจำนวนคนที่เป็นโรคเบาหวานป่วยเป็นภาวะโรคไตขั้นสุดท้ายมากกว่ากลุ่มคนจากโรคอื่น ๆ 10 เท่า
  • ทุก ๆ 30 วินาที จะมีคนถูกตัดอวัยวะส่วนหนึ่งจากขาหรือเท้าด้วยสาเหตุจากโรคเบาหวาน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคในช่องปาก

อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน – โรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนปกติ 2-3 เท่า และความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นตามอายุ

ระดับน้ำตาลในเลือดสามารถทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด และเกิดการอุดตัน นอกจากนี้หากความดันและคอเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มมากขึ้นอีก ตัวอย่างโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVDs) และ กลุ่มความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ & กล้ามเนื้อหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
  • โรคหัวใจรูมาติก กล้ามเนื้อและลิ้นหัวใจติดเชื้อแบคทีเรีย (ไข้รูมาติกเกิดจากแบคทีเรีย Streptococcal)

การป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคหัวใจและหลอดเลือด จากเบาหวาน

การป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสามารถลดอัตราการตายและลดภาระทางเศรษฐกิจ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ การปรับพฤติกรรมโดยยอมรับวิถีชีวิตแบบส่งเสริมสุขภาพด้วยการลดปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน รวมถึงกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จำเป็นต้องหยุดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ออกกำลังกาย และมีวินัยในการกินยา


อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน – โรคตา

ภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตานี้เป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียการมองเห็นของผู้ใหญ่ (อายุ 20 ถึง 65 ปี) หากผู้ป่วยโรคเบาหวานปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะทำให้หลอดเลือดเปราะ และฉีกขาดได้ง่าย ทำให้เลือดและสารบางอย่างรั่วออกมาในน้ำวุ้นลูกตา และการอุดตัน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามัวลงเรื่อย ๆ และร่างกายจะมีการสร้างหลอดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน จนไปบังแสงที่จะมากระทบที่จอตา ทำให้การมองเป็นแย่ลง มองเห็นเป็นจุดดำลอยไปมา

โดยปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อจอประสาทตา ทำให้เกิดอาการบวมน้ำที่จอประสาทตา นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดต้อกระจก ต้อหิน และสูญเสียความสามารถในการโฟกัสภาพ และทำให้ตาบอดได้ในที่สุด

อ่านอาการโดยละเอียดได้ที่ โรคเบาหวานขึ้นตา หนึ่งในอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

การป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคตาจากเบาหวาน

โรคตาจากเบาหวาน ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดงออกในช่วงต้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองตามแพทย์นัดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องปฎิบัติตาม ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การควบคุมโรคเบาหวาน และจากข้อมูลพบว่า เราสามารถลดความเสี่ยงจากภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตาได้ถึง 76% เมื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด


อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน – โรคไต

โรคไตเรื้อรัง (CKD) อาจจะเกิดจากโรคเบาหวานได้โดยตรง หรือเกิดจากอาการแทรกซ้อนอื่นๆของโรคเบาหวาน เรียกว่าเป็นโรคไตแบบทางอ้อมก็ได้ เช่น จากโรคความดันโลหิตสูง การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือ ความผิดปกติของหลอดเลือด เมื่อเกิดโรคเหล่านี้แล้วจึงค่อยทำให้เกิดโรคไตในภายหลัง

ภาวะแทรกซ้อนทางไตที่เกิดจากโรคเบาหวานโดยตรง มักเกิดขึ้นภายหลังเป็นโรคเบาหวานอย่างน้อย 5 ปี โดยในระยะแรกจะไม่มีอาการใดๆ นอกจากการตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ โดยปริมาณโปรตีนที่ตรวจพบก็จะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นตามการดำเนินของโรคเบาหวาน โปรตีนในเลือดก็ลดลง เกิดอาการบวม และการทำงานของไตค่อยๆลดลง จนในที่สุดอาจทำให้เกิดภาวะไตวาย

การป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคไต จากเบาหวาน

การป้องกานภาวะแทรกซ้อนทางไต ที่ดีที่สุดก็คือการควบคุมระด้บน้ำตาลในเลือด แต่ทั้งนี้การป้องกันที่ดีจะต้องทำก่อนการตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ (หากตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะแล้วจะไม่สามารถป้องกันได้) ทำได้แค่เพียงชะลอการเสื่อมของไตเท่านั้น ทั้้งนี้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดมีแนวทางปฎิบัติโดยควบคุมอาหาร โดยงดการใช้น้ำตาลทุกรูปแบบ และจำกัดอาหารพวกแป้งในบางกรณี และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน – ความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย และปัญหาเรื่องการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน

โรคทางระบบประสาทเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยของโรคเบาหวาน ซึ่งมีความสำคัญและบ่อยครั้งที่ทำผู้ป่วยเกิดบาดแผลโดยไม่ทันรู้ตัว หรือสังเกตเห็น แต่จะนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรง และเป็นแผลเรื้อรังซึ่งในบางกรณีมีความรุนแรงจึงต้องตัดอวัยวะทิ้ง โดยความผิดปกติของระบบประสาทจากโรคเบาหวานสามารถพบได้ทั้งระบบประสาทอัตโนมัติ ประสาทสัมผัส แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ โรคทางระบบประสาทที่เกิดจากความผิดปกตของเส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะที่เท้า

โรคเบาหวานที่ทำให้เกิดแผลที่เท้าเป็นภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดรอยโรคในชั้นเนื้อเยื่อ โดยจะพบมากในคนสูงอายุ หรือผู้ที่เป็นเบาหวานมาแล้วนาน ๆ มีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย หรือแม้กระทั่งคนที่มีประวัติอาการเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

การป้องกันอาการแทรกซ้อนจากความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย และปัญหาเรื่องการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน

เช่นเดียวกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน วิธีป้องกันก็คือการควบคุมโรคเบาหวานด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังควรที่จะหมั่นสังเกตเท้า และมีวิธีเพื่อดูแลเท้าโดยเฉพาะอีกด้วย


อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน – โรคทางช่องปาก

เราพบว่าผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบของเหงือกเพิ่มขึ้น และถ้าไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างเหมาะสม โรคเหงือกอักเสบนี้ก็จะเป็นสาเหตุหลัก ๆ ของการสูญเสียฟัน และมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของโรคฟันผุ การติดเชื้อราในช่องปาก ความผิดปกติของน้ำลาย การเกิดกลิ่นปาก รวมถึงการรับรสที่เปลี่ยนไปได้อีกด้วย

การป้องกันอาการแทรกซ้อนจากความผิดปกติของโรคทางช่องปาก ของผู้ป่วยเบาหวาน

วิธีป้องกันอาการแทรกซ้อนของโรคทางช่องปาก นอกจากจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังต้องมีวิธีรักษา สุขอนามัยด้วย เช่น การแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ทำการตรวจสุขภาพช่องปากตามกำหนดเป็นประจำ และสังเกตความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น เลือดออกเมื่อแปรงฟัน หรือพบว่าฟันหรือเหงือกมีอาการบวมแดง ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

นอกจากนี้ ควรดูแลไม่ใช้ช่องปากแห้ง (อาการปากแห้งอาจจะเกิดจากผลข้างเคียงของยา) ซึ่งสามารถช่วยลดอาการปากแห้งด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล หลีกเลี่ยงอาหารขนาดใหญ่ที่ต้องเคี้ยวมากๆ ไม่รับประทานอาหารรสจัด เผ็ด หรือเปรี้ยวจนเกินไป หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือ การสูบบุหรี่

—–

ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้น หลายครั้งกลายเป็นประเด็นที่ดังกว่าตัวเบาหวานเองเสียอีก  ดังนั้นใครเป็นเบาหวานก็ต้องระวังอาการแทรกซ้อนเหล่านี้กันด้วยนะครับ

#เบาหวานแชนแนล

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here