อาการโรคเบาหวานระยะแรก มีอาการอย่างไร? แนวทางสังเกตเพื่อจะได้ป้องกันได้ทันท่วงที

4
225

ผู้ที่เริ่มป่วยเป็นโรคเบาหวาน อาจมีอาการบางอย่าง หรืออาจเกิดหลายอาการร่วมกัน แต่บางคนก็ไม่แสดงอาการรุนแรงจนไม่ทันได้สังเกต อย่างไรก็ตาม การตรวจพบโรคเบาหวานตั้งแต่ในระยะแรกสามารถช่วยให้เรารักษาอาการได้รวดเร็ว อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนได้

นอกจากนี้ ยังมี กลุ่มคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงพอที่จะเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 (เราเรียกว่า ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน หรือ prediabetes) ก็จะไม่แสดงอาการใดๆที่บ่งบอกว่าเป็นเบาหวานเลย แต่ถ้าหากไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ก็มักจะพัฒนากลายเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 และค่อย ๆ แสดงอาการออกมาภายหลัง

 ไม่ว่าคุณจะเป็นแบบใด พึงสังเกตอาการดังต่อไปนี้ 

  • ปัสสาวะบ่อย
  • รู้สึกกระหายน้ำมาก
  • รู้สึกหิวมาก ถึงแม้ว่ากำลังกินอยู่ก็ตาม
  • อ่อนเพลีย เมื่อยล้ามาก
  • มองเห็นไม่ชัด
  • บาดแผลและการฟกช้ำจะหายได้ช้ากว่าปกติ
  • น้ำหนักตัวลดลง แม้ว่าจะทานมากขึ้นก็ตาม (พบได้ในเบาหวานชนิดที่ 1)
  • การรู้สึกชา เจ็บเหมือนมีเข็มทิ่มตามปลายมือหรือปลายเท้า

 แล้วเราเป็นเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 และ 2 ก็เรียกว่าเป็นโรคเบาหวานเหมือนกัน แต่ว่าสาเหตุของโรคเบาหวานทั้ง 2 ชนิดนั้น แตกต่างกันมาก และการรักษามักจะแตกต่างกันมากเช่นกัน บางคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานประเภท 1 อาจมีอาการคล้ายกับเบาหวานประเภทที่ 2 และอาจสร้างความสับสนให้กับผู้ป่วยได้

หมายเหตุ ผู้ที่อยากรู้ว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 นั้นมีสาเหตุและความแตกต่างอย่างไร สามารถอ่านที่บทความ “รู้ทันโรคเบาหวาน สาเหตุ อาการ ประเภท และวิธีป้องกัน

อาการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1

รู้สึกกระหายน้ำมาก, ปัสสาวะบ่อย, อ่อนเพลีย เมื่อยล้ามาก, รู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา, น้ำหนักตัวลดลง, การปัสสาวะรดที่นอน, มองเห็นไม่ชัด

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 สามารถเกิดอาการและเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ภายในวันเดียวหรือ
เป็นสัปดาห์ ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวานประเภท 1 ก็เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานประเภท 1 แก่ลูกได้

แม้ว่าการตรวจหาโรคเบาหวานจะวินิจฉัยและทำได้ง่าย (แค่เพียงไปตรวจระดับน้ำตาลก็ทราบผลแล้ว) แต่ว่าส่วนที่ยุ่งยากคือการรับรู้อาการและรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องพาเด็กไปรับการตรวจ ดังนั้นการให้ความสำคัญต่อโรคเบาหวาน และการเอาใจใส่เลี้ยงดูจะช่วยให้ผู้ปกครองทราบว่าถึงเวลาแล้วรึยังที่จะต้องพาลูกตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

โดยภาพรวมแล้ว อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และสัญญาณเตือนจะเริ่มแสดงอาการตั้งแต่ช่วงทารกหรือเด็ก เช่น โรคเบาหวานอาจเป็นสาเหตุของการปัสสาวะรดที่นอนอยู่ แม้ว่าจะฝึกเด็กไม่ให้ปัสสาวะรดที่นอนแล้วก็ตาม นอกจากโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ยังสามารถเกิดได้ในทุกวัย ไม่เฉพาะแต่ในเด็กเท่านั้น

อาการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

รู้สึกกระหายน้ำมาก ปากแห้ง, ปัสสาวะบ่อย, อ่อนเพลีย เมื่อยล้ามาก, รู้สึกเจ็บหรือ ชาตามปลายมือ ปลายเท้า, มีการติดเชื้อบริเวณผิวและเป็นซ้ำๆ, แผลหายช้า, มองเห็นไม่ชัด

ในโรคเบาหวานประเภท 2 จะมีการดำเนินของโรคจะอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นอาจจะใช้ระยะเวลาหลายเดือน หรือหลายปี กว่าจะสังเกตเห็นอาการ

อาการของผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักไม่แสดงอาการ จึงจำเป็นต้องทำการตรวจระดับน้ำตาลเมื่อตั้งครรภ์เท่านั้น

ถ้าอ่านบทความนี้แล้วได้ประโยชน์ กดแชร์ส่งต่อไปให้คนอื่นด้วยนะครับ ^^

#เบาหวานแชนแนล

4 COMMENTS

  1. […] พึงสังเกตให้ดี ๆ เนื่องจากสัญญาณและอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ (ขนาดที่มีหลาย ๆ คนเป็นโรคเบาหวานมานานแต่ยังไม่รู้ตัว สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจ ให้อ่านบทความ “อาการระยะแรกของผู้ป่วยโรคเบาหวาน“) […]

  2. […] นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีแนวโน้มในการเกิดต้อกระจกสูงกว่าผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน 2-5 เท่า และมีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินได้สูงกว่าผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวานถึง 2 เท่า (ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้โดยดูจาก อาการระยะแรกของผู้เป็นเบาหวาน) […]

  3. […] หมายเหตุ: ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ เช็คได้ที่นี่ อาการระยะแรกของคนเป็นโรคเบาหวาน […]

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here