สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน คือ อะไร

สมุนไพร หมายถึง สิ่งที่นำมาจากธรรมชาติที่ได้จาก พืช สัตว์ และแร่ธาตุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการส่งเสริม บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค หรือ อาการเจ็บป่วย ซึ่งอาจจะนำมาใช้เป็นยาเดี่ยวๆ หรือผสมกับสารอื่น หรือส่วนประกอบอื่นๆตามตำรับยา โดยสมุนไพร หลายชนิดมีฤทธิ์ หรือ สรรพคุณในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงได้มีการนำส่วนต่างๆของสมุนไพรมาใช้ปรุงเป็นอาหาร เป็นยาต้ม หรือ นำมาสกัดเอาสารสำคัญเพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน

สมุนไพรช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดเบาหวานได้จริงหรือ?

บางคนอาจยังสงสัยว่า การใช้สมุนไพรต่างๆ นั้นสามารถใช้ในการรักษาโรคได้จริงหรือ? และยังมีความเชื่อที่ว่าการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันนั้นดีที่สุด บางคนถึงพยายามห้ามให้คนรู้จักกินสมุนไพรใด ๆ นอกเหนือจากยาแผนปัจจุบัน โดยคิดว่าจะส่งผลข้างเคียงต่อตับและไต แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเราก็ทราบแล้วว่า การใช้ยาแผนปัจจุบันเป็นระยะเวลานาน ๆ นั้นสามารถทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่อตับและไตได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากยาแผนปัจจุบันนั้นก็ผลิตจากการสังเคราะห์ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้เอง ปัจจุบันจึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อย รวมถึงแพทย์หลายๆท่าน ที่ให้ความสนใจกับการรักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาตะวันออก โดยมุ่งเน้นการรักษาโรคแบบองค์รวม รักษาที่ต้นเหตุของโรค ใช้วิถีทางธรรมชาติบำบัด และมีการใช้สมุนไพรในการรักษา และสามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้ยาแผนปัจจุบันลงก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยทางการแพทย์มากมายที่สนับสนุนถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของสมุนไพรในการลดเบาหวาน จึงทำให้การนำสมุนไพรไปใช้ในการรักษานั้นแพร่หลายมากขึ้น

การเลือกใช้สมุนไพรแก้เบาหวาน เราควรพิจารณาเลือกชนิดของสมุนไพรที่มีข้อมูลสนับสนุนถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยด้วย ไม่ใช่กินกันตามข่าว ตามกระแส เพราะนอกจากจะไม่ได้ผล ยังทำให้เกิดอันตราย และสิ้นเปลืองอีกด้วย และควรเลือกแหล่งที่มาของสมุนไพรที่เชื่อถือได้ มีความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการใช้สมุนไพรเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด ก็ให้ผลที่แตกต่างกันได้ตามแต่ละบุคคล เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางสุขภาพที่เป็นอยู่ทำให้การตอบสนองแตกต่างกัน เช่น ระยะเวลาที่เป็นโรคเบาหวาน ชนิดของโรคเบาหวาน อายุของผู้ป่วย และ พฤติกรรม เป็นต้น

“การใช้สมุนไพรหลายชนิดร่วมกัน แต่ละสมุนไพรต่างออกฤทธิ์แตกต่างกันเพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือด จะสามารถช่วยควบคุมเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าสมุนไพรเดี่ยว และดีกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียว”

สมุนไพรแก้เบาหวาน มีอะไรบ้าง

ใบหม่อน – สมุนไพรลดเบาหวาน

ใบหม่อนมีผลลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน และสามารถใช้ในคนปกติได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเมื่อรับประทานในระยะยาว

ข้อมูลทั่วไป : หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ (Mulberry) มีชื่อวิทยาศาสตร์ Morus alba Linn. จัดอยู่ในวงศ์ขนุน (MORACEAE) มีชื่อสามัญ Mulberry tree, White Mulberry

งานวิจัยของต่างประเทศพบว่า:

การรับประทานใบหม่อนวันละ 1 กรัม ในรูปผงแห้ง ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ 27%

เปรียบเทียบกับการรับประทานยา glyburide 5 mg วันละครั้ง ซึ่งลดได้แค่ 8% (แต่ไม่ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของค่า HbA1C ในช่วง 4 สัปดาห์)

การที่ใบหม่อนมีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจาก หม่อนมีสารสำคัญที่ชื่อ Fagomine ซึ่งสามารถกระตุ้นการหลั่งของ Insulin นอกจากนี้สารสำคัญจากใบและรากของหม่อนยังสามารถขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ α-glucosidase ซึ่งทำหน้าที่ในการย่อยคาร์โบไฮเดรต เมื่อเอนไซม์ถูกขัดขวาง กระบวนการย่อยแป้งให้ได้กลูโคสจะช้าลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารลดลง นอกจากนี้ การศึกษาประสิทธิผลการใช้สารสกัดใบหม่อน โดยเปรียบเทียบกับขนาดที่ใช้รับประทาน สารสกัดใบหม่อน 125, 250, 500 มก. พบว่าสารสกัดใบหม่อนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากรับประทาน maltodextrin มีค่าต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ มีการศึกษาในหนูทดลองอายุ 8 สัปดาห์ เพื่อศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรัง โดยให้หนูทดลองรับประทานผลหม่อน ซึ่งผลกรศึกษา พบว่า ไม่เกิดพิษ ทั้งในแบบความเป็นพิษเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรัง

เจียวกู่หลาน – สมุนไพรลดเบาหวาน

เจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์ เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดไขมันและลดระดับน้ำตาลในเลือด การศึกษาทั้งในหลอดทดลอง ในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์ พบว่าเจียวกู่หลานมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดผ่านทางหลายกลไก เช่น การยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวกับกระบวนการเมทาบอลิซึมของกลูโคส การกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน การเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานอีกด้วย

ข้อมูลทั่วไป : เจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino มีชื่อภาษาอังกฤษอื่น ๆ คือ Miracle grass, Southern ginseng, 5-Leaf ginseng, Gynostemma, และ Penta tea จัดอยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae

งานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้อง : มีรายงานวิจัยผลต้านโรคเบาหวานของชาเจียวกู่หลานในมนุษย์ โดยเป็นรายงานวิจัยต่อเนื่อง 3 งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่ง Huyen และคณะ ได้เริ่มท้าการทดลองผลของชาเจียวกู่หลานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในปีค.ศ. 2010 โดยผู้ป่วยทุกคนถูกสุ่มเพื่อได้รับยาหลอกหรือผงชาเจียวกู่หลานขนาด 6 กรัมต่อวันนาน12 สัปดาห์ พร้อมกับได้รับข้อมูลเรื่องการออกก้าลังกายและการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย หลังจากการทดลองพบว่า

กลุ่มที่ได้รับชาเจียวกู่หลานมีปริมาณน้ำตาลในเลือดลดลงมากกว่ากลุ่มได้ที่รับยาหลอกประมาณสามเท่า ขณะที่ค่า HBA1C ในกลุ่มที่ได้รับชา มีค่าลดลง 2% ซึ่งมากกว่ากลุ่มควบคุมถึง 10 เท่า

นอกจากนี้ ยังไม่พบอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรืออาการไม่พึงประสงค์โดยตรวจวัดจากค่าตับและไต ต่อมามีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทดสอบว่าชาเจียวกู่หลานสามารถเสริมฤทธิ์กับการให้ยาไกลคลาไซด์ (Gliclazide) ซึ่งเป็นยารักษาเบาหวานกลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (Sulfonylurea) ได้หรือไม่ โดยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่เคยได้รับยามาก่อนจะได้รับยาไกลคลาไซด์ขนาด 30 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ จากนั้นผู้ป่วยจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มโดยกลุ่มหนึ่งจะได้ยาหลอก อีกกลุ่มจะได้รับชาขนาด 6 กรัมต่อวัน ต่อเนื่องอีก 8 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าหลังจาก 4 สัปดาห์ของการได้รับยาไกลคลาไซด์ ค่า Fasting plasma glucose (FPG) และ HbA1C ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อผู้ป่วยได้รับชาเจียวกู่หลานเพิ่มเติมก็พบว่าค่า FPG และ HbA1C ลดลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

ผลการทดลองแสดงว่าสารสกัดจากเจียวกู่หลานสามารถใช้เสริมการรักษาโรคเบาหวานด้วยยาซัลโฟนิลยูเรียได้

นอกจากนี้ ชาเจียวกู่หลานยังช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้การประเมินความไวต่ออินซูลินด้วยวิธี Somatostatin-insulin-glucose infusion test (SIGIT) ผู้ป่วยถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับยาหลอกและกลุ่มที่ได้รับชาเจียวกู่หลาน 6 กรัมต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ จากนั้นหยุด 2 สัปดาห์เพื่อทำการสลับการให้ยากับทั้งสองกลุ่ม พบว่าค่า FPG และ ค่า SIGIT ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยที่ได้รับชาเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก และเมื่อทำการสลับการรักษาพบว่ากลุ่มที่สลับไปได้รับชาเจียวกู่หลาน มีค่า FPG และ ค่า SIGIT ลดลงโดยไม่มีผลต่อระดับ อินซูลินในพลาสมา นอกจากนี้ ยังไม่พบความผิดปกติของร่างกาย น้ำหนักตัวหรือความดันเลือด และไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ จากรายงานวิจัยทั้งสามเรื่องนี้ จะเห็นว่าสมุนไพรเจียวกู่หลานน่าจะช่วยเสริมการรักษาโรคเบาหวานได้อย่างปลอดภัย

เห็ดหลินจือ – สมุนไพรลดเบาหวาน

เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารสำคัญทางยาที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ คือสารประกอบที่อยู่ในกลุ่มของ โพลีแซ็กคาไรด์ ได้แก่ กาโนเดอแรน เอ บี และ ซี (Ganoderans A,B,C,) ช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือด โดยกระตุ้นการสร้างอินซูลิน

ข้อมูลทั่วไป : เห็ดหลินจือ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Ganoderma lucidum (Curtis) P. Karst จัดอยู่ในวงศ์ GANODERMATACEAE มีชื่อสามัญ Lingzhi mushroom, Reishi mushroom

งานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้อง : สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในเห็ดหลินจือคือ สารกลุ่มไทรเทอร์พีนอยด์(triterpenoids) และสารกลุ่มพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharides) มีรายงานการศึกษาทางเภสัชวิทยา การศึกษาทางคลินิก และการทดสอบความเป็นพิษ ดังนี้ การศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่าเห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Lin, Zhang, 2004; Nonaka et al, 2006; Zhu et al, 2007; Ma et al, 2008) ต้านการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง (Lin, Zhang, 2004; Gao et al, 2005; Zhang et al, 2007; Li et al, 2008) ป้องกันเส้นประสาทเสื่อม (Zhao et al, 2003; Zhu et al, 2005; Chen et al, 2007; Fatmawati, 2009)

ผลงานวิจัยโชว์ว่า เห็ดหลินจือสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด (1) และลดไขมันในเลือด (2) ได้

(1) = งานวิจัยจาก ZHENG, LIN, 2004; SETO ET AL, 2008

(2) = งานวิจัยจาก BERGER ET AL, 2004; CHEN ET AL, 2005

ต้านออกซิเดชัน (You, Lin, 2003; Wang et al, 2008; Wu, Wang, 2009) และต้านการอักเสบ (Ho et al, 2007; Ko et al, 2008) การศึกษาทางคลินิก พบว่าเห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด (Gao, Tang et al, 2005) ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Chen et al,2006) และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม (Gao et al, 2003) มีฤทธิ์ระงับปวด และมีความปลอดภัยในการใช้ในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ (Li et al, 2007) รักษาผู้ป่วยโรคประสาทเปลี้ย (Tang et al, 2005) โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (Noguchi et al, 2008; Noguchi, Yamada et al, 2008) และอาการปวดหลังจากโรคงูสวัด (Hijikata et al, 2005) การทดสอบความเป็นพิษ พบว่าเห็ดหลินจือมีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยในการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน มีรายงานว่า LD 50 ของยาเตรียมหลินจือไซรับเมื่อให้ทางปากมีค่าท่ากับ 69.6 มิลลิลิตร/กิโลกรัม ในหนูถีบจักร และ LD 50 มีค่าเท่ากับ 4 มิลลิลิตร/กิโลกรัม ในกระต่าย (Zhao, 2004) เมื่อให้สารสกัดเอทานอลจากเห็ดหลินจือแก่หนูขาวทางปากในขนาด 1.2 -12 กรัม/กิโลกรัม วันละครั้ง ติดต่อกัน 30 วัน ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโต การทำงานของตับ ไต และหัวใจ (Lin, 1999)

มะระขี้นก – สมุนไพรลดเบาหวาน

ในมะระขี้นกมีสารหลายชนิดที่ต้านเบาหวาน และมีหลายกลไกที่ออกฤทธิ์ต้านเบาหวาน ได้แก่ เสริมการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล เพิ่มความไวต่ออินซูลิน เพิ่มความทนต่อกลูโคส (glucose tolerance) นอกจากนี้ยังยับยั้งการหลั่งกลูโคสในลำไส้เล็ก และยับยั้งเอนไซม์กลูโคไซเดส

ข้อมูลทั่วไป : มะระขี้นก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Momordica charantia (MC) อยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae มีชื่อเรียกอื่นๆเป็นชื่อสามัญด้วยเช่น bitter melon, papilla, bitter gourd, salsaminocorrila และ karela เป็นต้น

งานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้อง : มีการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่า สามารถลดระดับกลูโคสในเลือดได้ร้อยละ 10-16 และร้อยละ 6 ภายใน 1 ชม. และ 2 ชม. ตามลำดับ และร้อยละ 26 ในหนูที่ทำให้เป็นโรคเบาหวานจากด้วย streptozotocin และนอกจากนี้ พบว่า สารสกัดได้เพิ่มปริมาณการสังเคราะห์ glycogen ในตับของหนูปกติ 4-5 เท่า แสดงให้เห็นว่า สารสกัดมีส่วนในการเร่งการใช้ glucose ในตับของหนูปกติ และ

ในหนูที่เป็นโรคเบาหวานนั้น สารสกัดสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ร้อยละ 50 หลังจากการฉีดสารสกัด 5 ชม. โดยไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของ INSULIN

ในเลือด แสดงให้เห็นว่า สารสกัดมะระขี้นกส่งเสริมให้มีการขับน้ำตาลกลูโคสออกนอกตับ นอกจากนี้เมื่อให้ทางปากในขนาด 0.5 ก./กก. พบว่า สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งในหนูที่เป็นโรคเบาหวานและหนูปกติ นอกจากนี้งานวิจัยสนับสนุนการใช้สารสกัดมะระขี้นกในคน พบว่า มะระขี้นกมีสารประกอบที่มีโครงสร้างคล้าย Insulin เรียกว่า P-Insulin ซึ่งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาคล้ายคลึงกับ Insulin โดยสามารถออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาที เมื่อให้ทางปาก และให้ผลสูงสุดที่ระยะเวลา 4 ชั่วโมง

ผักเชียงดา – สมุนไพรลดเบาหวาน

ในผักเชียงดาพบสารสำคัญในกลุ่มไตรเทอร์ปีนซาโปนินที่ชื่อ gymnemic acid ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการขนส่งน้ำตาล ชะลอการดูดซึมน้ำตาลบริเวณลำไส้เล็ก นอกจากนี้ gymnemic acid ยังกระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้น้ำตาลในเลือดลดลง

ข้อมูลทั่วไป : ผักเชียงดา Gymnema inodorum (Lour.) Decne. หรือผักจินดา เป็นผักพื้นบ้านที่พบมากในภาคเหนือของประเทศไทย เป็นพืชในวงศ์ APOCYNACEAE

งานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้อง : การศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัครคนปกติที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน พบว่าเมื่อดื่มชาที่เชียงดา (มีใบเชียงดาอบแห้ง 1.5 ก. ชงกับน้ำร้อน 150 มล.) ทันที หรือที่เวลา 15 นาทีหลังการทดสอบน้ำตาล มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ในคนปกติ และฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดให้ผลแปรผันตรงกับขนาดที่ได้รับ และการรับประทานชาเชียงดา วันละ 1 แก้ว หลังอาหารทันที ต่อเนื่อง 28 วัน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูงสุด (peak plasma glucose concentration) ได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน อย่างไรก็ตามเมื่อทำการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยให้ดื่มชาที่เตรียมจากใบเชียงดาแห้ง 1.2 ก. ชงในน้ำร้อน 150 มล. วันละ 3 ครั้ง หลังมื้ออาหาร 15 นาที ติดต่อกัน 8 สัปดาห์ ควบคู่ไปกับการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง แต่กลับไม่พบฤทธิ์รักษาเบาหวานของชาเชียงดาในผู้ที่เป็นเบาหวาน

จะเห็นได้ว่าการศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผักเชียงดายังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน แต่ผักเชียงดามีแนวโน้มที่ดีที่จะใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลขั้นต้น หรือในคนปกติที่ต้องการลดความเสี่ยงจากเบาหวาน

สมุนไพร หรือ ผักในชีวิตประจำวันที่มีฤทธิ์ในการลดน้ำตาลในเลือด

  • กล้วย ใช้ส่วนหัวปลี มาต้มน้ำกินหรือนำมาปรุงเป็นอาหาร
  • กานพลู ดอกเป็นเครื่องเทศใช้ปรุงรสอาหาร แก้ปวดท้อง ขับลม แก้หืด ลดน้ำตาลในเลือด ขับเสมหะ แก้เหน็บชา แก้ท้องเสีย แก้ปวดฟัน กำจัดกลิ่นปาก
  • กระเจี๊ยบ พบสารเมือก (mucilage) จากผลกระเจี๊ยบช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ใบแก้ไอ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก แก้เสมหะ ฟอกโลหิต ผล ลดน้ำตาลในเลือด ขับเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก รักษาแผลใน กระเพาะ บำรุงธาตุ ชูกำลัง แก้ดีพิการ เมล็ด บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ชาวบ้านทั่วไปใช้ใบกระเจี๊ยบมาใส่ในแกงส้มให้มีรสเปรี้ยวใช้ผลส่วนกลีบดอกมาใส่ในยำ หรือ ต้มน้ำกินและตากแห้งเก็บไว้ได้ ส่วนกระเจี๊ยบเขียวนิยมนำมาแกงส้มหรือ ปิ้ง อบ ต้ม จิ้มน้ำพริก และสารเมือกยังช่วยเคลือบกระเพาะ รักษาอาการของโรคกระเพาะได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหารสูง ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้และริดสีดวงทวาร
  • กระเทียม สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ถึง 20% ให้กินวันละ 3-5 กลีบทุกวัน ควรกินร่วมกับอาหารอื่นเพราะมีรสเผ็ดร้อน ระคายเคืองกระเพาะ ซึ่งโดยปกติคนไทยเราใช้ประกอบอาหารเป็นประจำอยู่แล้ว และวิธีการใช้ของเราก็เป็นวิธีที่ทำให้เกิดสรรพคุณสูง คือ ตำสด สับละเอียด
  • กระชาย ในตำรายาไทยใช้เป็นยาอายุวัฒนะที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ช่วยขับลม เจริญอาหาร ช่วยให้กระเพาะลำไส้เคลื่อนไหว สารสกัดเหง้ายับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย โดยเฉพาะในลำไส้และแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง แก้ปวดมวนในกระเพาะ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ คั้นผสมน้ำผึ้งรวง บำรุงกำลัง รักษาอาการสมรรถภาพทางเพศเสื่อม
  • ขลู่ ยอดอ่อนลวกจิ้มน้ำพริกได้ แต่ไม่ค่อยนิยมเพราะมีกลิ่นแรง บางคนก็ว่าหอมทำเป็นชาชงโดยนำใบสดมาคั่วจนแห้งดี แก้อาการปัสสาวะไม่ปกติช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดโคเลสเตอรอลได้ดี ถ้าอบแห้งแบบควบคุมอุณหภูมิจะได้ชาชงที่มีสีเขียวอ่อนสวยน่าดื่ม
  • ข้าว ส่วนที่ใช้เป็นยาได้แก่ รากข้าวและรำข้าว ในภาคอีสานใช้รากข้าวรักษาโรคเบาหวาน จากการศึกษาพบว่า ในรากข้าวมีสารสำคัญคือ Oryzarans A, B, C และ D ซึ่งมีผลลดน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองได้
  • ขนุน ใช้ใบขนุนแก่ 5-10 ใบ นำมาต้มในน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวนาน 15 นาที ดื่มเช้า-เย็นก่อนอาหาร ในประเทศศรีลังกา ทดลองสารสกัดจากใบขนุนด้วยน้ำร้อน ในคนเป็นเบาหวาน ใช้ขนาด 20 กรัม/กก. สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ผลดีและพบว่า สารสกัดจากขนุนลดน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน และในเมล็ดมีแคลเซียมสูง
  • ขิง ส่วนเหง้าใช้แก้ไข้ ขับเสมหะ ขับลม แก้บิด แก้ไอ หอบ ขับปัสสาวะ แก้สะอึก ลดน้ำตาลในเลือด โดยใช้เหง้าขิงแก่สดคั้นน้ำให้ได้ครึ่งถ้วยต้มกับน้ำ 2 ถ้วย ดื่มวันละ 3 เวลา อาจเติมเกลือมะนาว หรือน้ำมะกรูดช่วยเพิ่มรสชาติหรือใช้ขิงผง 1-2 ช้อนชา ชงน้ำร้อนดื่มบ่อยๆ ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ลดโคเลสเตอรอลในเลือด แก้ปวดไมเกรน แก้คลื่นไส้อาเจียน ป้องกันฟันผุ แก้ท้องเสีย ลดความดันโลหิต กระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค
  • คึ่นไช่ ทั้งต้นมีสรรพคุณ ขับระดูลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ แก้ปวดข้อ แก้อาเจียน ขับลม ใช้ต้มน้ำดื่มหรือคั้นสดดื่มก่อนอาหารหรือนำไปปรุงอาหาร ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดบวม ลดโคเลสเตอรอล ต้านการอักเสบ ยับยั้งฟันผุ ต้านไวรัส เชื้อรา ยีสต์ พบสาร antihyperglycemic agent ซึ่งสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
  • แคแดง ใช้ส่วนต้นและเปลือกต้น 1 กำมือ ต้มน้ำดื่มแทนน้ำ หรือใช้ดอกมาปรุงอาหาร มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต
  • ชุมเห็ดเทศ ใช้ใบสดหรือแห้ง 1 กำมือ ต้มน้ำ 3 แก้ว เคี่ยว 30 นาทีดื่มเช้าเย็นก่อนอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรีย รา ยีสต์ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย ไม่พบพิษในการใช้
  • ชะพลู ใช้ใบสดใส่น้ำพอท่วมต้มเดือดสักพัก ดื่มเป็นน้ำชา แต่ไม่ควรดื่มมากเพราะยานี้จะทำให้น้ำตาลลดลงเร็วมาก อาจทำให้เวียนศีรษะ จึงควรปรุงเป็นอาหารร่วมกับอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ จะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น เช่น แกงคั่วใบชะพลูปูซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านในหลายพื้นที่ของประเทศไทย หรือใช้เป็นใบห่อเมี่ยงคำ
  • เดือย เป็นธัญพืชตระกูลเดียวกับหญ้าและ ข้าว มีโปรตีนใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์มีวิตามินบี และกรดอะมิโนหลายชนิด มีคุณค่าสูงโดยเฉพาะสำหรับคนฟื้นไข้ใช้บำบัดหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ต้มกินได้ไม่จำกัดจำนวน มีฤทธิ์ลดน้ำตาลได้ดี
  • ดีปลี เป็นสมุนไพรรสร้อน บำรุงธาตุ ขับลม ใช้ผลแห้งดับคาวในแกงเผ็ด แกงคั่ว ใช้ถนอมอาหารไม่ให้บูด หรือนำรากและลำต้นสด 1 กำมือมาต้มดื่มเช้าเย็นก่อนอาหาร มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ต้านมะเร็ง เสริมยานอนหลับ ลดไขมันในเลือด
  • ตำลึง มีวิตามินเอและแคลเซียมสูง ใบแก่ ลดน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่าใบอ่อน ใช้ใบแก่ 1 ถ้วย ปั่นกับน้ำเย็น 2 ถ้วย กรองเอาแต่น้ำดื่ม มีการศึกษาสารสกัดจากราก ใบ ผล เถาต้น ในหลายประเทศ พบมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดและไม่พบพิษในการใช้
  • ถั่วเขียว มีโปรตีนที่มีรูปร่างคล้ายอินซูลิน ออกฤทธิ์ทำให้อินซูลินในเลือดสูงขึ้น มีเพ็คตินเป็นใยอาหารช่วยยับยั้งการดูดซึมน้ำตาล เมล็ดแก้ข้อขัด บำรุงกำลัง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดไขมันในเลือด คนจีนจะดื่มน้ำต้มถั่วเขียว ที่ต้มพอเดือดเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ หรือนำมาปรุงอาหาร เช่น นึ่ง แล้วบดผสมหมูสับ ทอดหรือนึ่งใส่ขิงอ่อน หอมใหญ่
  • ถั่วเหลือง มีเพ็คตินยับยั้งการดูดซึมน้ำตาล มีโปรตีนที่ช่วยเพิ่มอินซูลินมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดโคเลสเตอรอล ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด
  • ทับทิม นำเมล็ดทับทิมมากินสด หรือตากแห้งบดชงดื่มเช้าเย็นก่อนอาหาร มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดัน ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ
  • ทองพันชั่ง ใช้ส่วนของต้นและใบ 1 กำมือ ต้มน้ำ 3 แก้ว เคี่ยว 30 นาที ดื่มก่อนอาหาร
  • บัวบก ตามตำราอายุรเวทของอินเดียระบุว่า การกินใบบัวบกวันละ 2 ใบ ก็ยังทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส ความจำดีขึ้นเพราะบัวบกช่วยบำรุงประสาทและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การกินช่วยให้ความจำดีให้กินร่วมกับพริกไทยผงอัตรา 2:1 ครั้งละ 1 ช้อนชา ชงกับน้ำอุ่นดื่มก่อนนอน
  • ผักเชียงดา เป็นผักพื้นบ้านภาคเหนือ มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีมากกว่าแครอท บำรุงสายตา ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ตับอ่อน จากการทดลองพบว่าช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเบต้าเซลซึ่งเป็นเซลสร้างอินซูลิน
  • ฝรั่ง มีวิตามินซีและเพ็คตินสูง ใบใช้ดับกลิ่นปาก ใบและผลสุกใช้ดับกลิ่นเหม็น
  • พริกไทย ฤทธิ์ทางเภสัช ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ขยายหลอดเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ลดความดันโลหิต กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ขับลม ย่อยอาหาร
  • ฟ้าทะลายโจร ทั้งต้นลดน้ำตาลในเลือด ใช้ 1 กำมือ ต้มน้ำดื่มเช้าเย็นก่อนอาหาร แก้หวัดเจ็บคอ แก้ท้องเสีย ลดอักเสบ ลดความดันโลหิต คลายกล้ามเนื้อเรียบ รักษาแผลในกระเพาะ การทดสอบไม่พบความเป็นพิษ แต่เป็นยาเย็นจึงไม่ควรกินติดต่อนาน
  • ฟักข้าว นำผลอ่อน ใบอ่อน ยอดอ่อน มาปรุงเป็นอาหาร ลวกจิ้มน้ำพริกหรือแกงแค
  • มะตูม ในอินเดียถือว่าใบมะตูมเป็นยาลดน้ำตาลในเลือดได้ดีมาก ใช้ใบมะตูม 50 ใบ ตำคั้นน้ำดื่มวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ผลมะตูมใช้เป็นยาแก้ท้องเสียและโรคลำไส้
  • มะขามป้อม ใช้ผลสดตำคั้นนำผสมเกลือ ดื่มเช้าเย็น ลดน้ำตาลในเลือด มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านพิษโลหะหนัก ต้านพิษที่เกิดกับตับ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และต้านไวรัส ผลสดเคี้ยว ชุ่มคอ แก้ไอ ขับเสมหะ
  • มะระ น้ำคั้นผลมะระลดน้ำตาลในเลือดและเป็นยาระบายอ่อนๆ อมแก้ปากเปื่อย มีสารช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลิน
  • มะแว้ง ผลรสขม เป็นยากัดเสมหะ และลดน้ำตาลในเลือด ตำราชาวบ้านใช้ลูกมะแว้ง 1 กำมือ ทอดกับไข่กินติดต่อกัน 30 วัน
  • แมงลัก พบสารเมือกเป็นตัวดูดซับน้ำตาล ช่วยหล่อลื่น และเพิ่มกากอุจจาระ คนโบราณใช้ใบตำคั้นน้ำทารักษากลากน้ำนมในเด็ก และมีการทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวานกินเม็ดแมงลักครั้งละ 10 กรัม หลังอาหารวันละ 3 ครั้ง พบว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างชัดเจน
  • ยี่หร่า มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ขับปัสสาวะ ลดโคเลสเตอรอล ลดการบีบตัวของลำไส้ ลดความดันโลหิต ยับยั้งเซลมะเร็ง รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ลูกซัด มีเพ็คตินและสารเมือกเป็นใยพืชชนิดละลายน้ำได้ ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลได้และรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ นำไปคั่วก่อนนำไปใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหาร คนไทยสมัยก่อนใช้น้ำต้มลูกซัดและเปลือกชะลูดต้มผ้าให้หอมและจับกลีบได้ปัจจุบันมีการทดลองใช้สารสกัดจากใบและเมล็ด ลูกซัด ลดน้ำตาลในเลือดได้ ลดน้ำหนักตัวได้
  • ลูกใต้ใบ (มะขามป้อมดิน) นำมาต้มบำรุงกำลัง ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ ทั้งต้นลดน้ำตาลในเลือดได้ ใช้ทั้งต้นและราก 1 กำมือ ต้มดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหารเช้า เย็น
  • ว่านหางจระเข้ มีสารช่วยกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งอินซูลิน วุ้นสดจากใบ ล้างยางออกแล้ว กินแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ ใช้ทาแก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ทาผิวป้องกันแดดเผาและป้องกันผิวแห้ง และใช้ชโลมผมทำให้ผมเป็นเงางาม บำรุงรากผม รักษาแผลบนศีรษะ ถ้าใช้รักษาเบาหวาน ให้กินเนื้อวุ้นสดขนาด 2 x 2 นิ้ว วันละ 3 ครั้ง ระหว่างมื้ออาหาร
  • สะตอ ฤทธิ์ทางเภสัช มีผลต่อความดันโลหิต ยับยั้งการเจริญของเชื้อราและแบคทีเรีย ลดน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • สัก ตำรายาไทยใช้แก่นและใบ ขับลมในลำไส้ รักษาเบาหวาน ปัสสาวะพิการ นำใบสักมาปิ้งไฟให้สุก (กรอบ) พร้อมกับใบเตย 3:7 ใบ ต้มในหม้อดินจนเป็นสีชาแก่ๆ หรือใช้เนื้อไม้ชิ้นเล็กๆ ย่างไฟให้เหลือง ต้มดื่มต่างน้ำ
  • ส้มกบ เป็นหญ้าคล้ายผักแว่น มีดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอกมี5 เหลี่ยม ใบมีแคโรทีนและวิตามินซี มีกรดอินทรีย์หลายชนิดกินเป็นผัก มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ใบเป็นยาเย็นยาธาตุ เจริญอาหาร ใช้ทาภายนอกขจัดตาปลา หูดและเนื้อปูดอื่นๆ ญี่ปุ่นทดลองพบว่ากรดที่ได้จากธรรมชาตินี้มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดแรงกว่ากรดสังเคราะห์ถึง 100 เท่า
  • ส้ม ฤทธิ์ทางเภสัช เหนี่ยวนำการหลั่งอินซูลิน ลดไขมันในเลือด ลดน้ำตาลในเลือด มีเพ็คตินสูงเป็นตัวลดการดูดซึมน้ำตาล เปลือกผลทำให้ประจำเดือนมาปกติ
  • หญ้าหนวดแมว ชาวอินเดียใช้หญ้าหนวดแมวและฟ้าทะลายโจรอย่างละเท่ากัน ใส่น้ำพอท่วมต้มเดือด 10 นาที กินวันละ 1 – 1 แก้ววันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร กินแก้เบาหวาน ไม่ควรใช้ใบสด และไม่ควรใช้ร่วมกับแอสไพรินและผู้ป่วยโรคหัวใจ
  • หญ้าหวาน ให้รสหวานแทนน้ำตาล ขับปัสสาวะ ลดบวม ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต
  • หญ้าใต้ใบ ผลแก้ไข้แก้ร้อนใน ทั้งต้น และใบ 1 กำมือ ต้มดื่มก่อนอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด แก้ปัสสาวะขัด
  • หม่อน ใช้ใบทำเป็นชาเขียว ชงดื่มลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเลือด เปลือกรากหม่อนทุบให้แหลกต้มน้ำดื่ม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ส่วนผลใช้แก้ธาตุไม่ปกติ
  • หว้า ส่วนที่นำมาทำยาคือ เปลือกต้น ผลสุก ใบยอดอ่อนกินเป็นผักสด เมล็ดต้มหรือบดกินแก้เบาหวาน
  • หนุมานประสานกาย ใช้แก้หอบหืด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ขยายหลอดลม ลดน้ำตาลในเลือด ใช้ใบสดต้มน้ำดื่มวันละ 3 เวลาก่อนอาหาร ไม่ควรใช้ในคนโรคหัวใจ
  • หอมแดง ใช้หัว ใบหรือต้นสด สรรพคุณขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด แก้หวัด คัดจมูก ช่วยลดน้ำตาลในเลือด น้ำหัวหอมใช้หยอดแก้ปวดหูใช้ดมแก้วิงเวียนเป็นลม
  • หอมใหญ่ มีสรรพคุณเช่นเดียวกับกระเทียม กินเป็นประจำช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมัน โคเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด เป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ช่วยขับปัสสาวะ ขับพยาธิ ขับเสมหะ ทำให้ไข้หวัดหายเร็วขึ้น
  • อบเชย ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดี ใช้เปลือกของกิ่งต้นหรืออบเชยผงปริมาณ 300 มิลลิกรัม
  • อ้อย ใช้ช่อดอกมาตากแห้ง ชงน้ำร้อนดื่ม ลดน้ำต

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารเสริม และสมุนไพรลดเบาหวาน ที่แนะนำโดยเภสัชกร

กลูเซอนา อาหารทดแทนทางการแพย์ ที่มีไว้เพื่อคนที่เป็นเบาหวานโดยเฉพาะ

แคปซูล ถั่งเช่าทิเบต ผสมเห็ดหลินจือ (สารสกัดเข้มข้น)

ชาสมุนไพร ใบหม่อน ผสม เจียวกู่หลาน และเห็ดหลินจือ

เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด Glucosure Autocode

Test Strip แผ่นสำหรับเครื่องวัดน้ำตาล เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด Glucosure

เครื่องวัดความดันโลหิต Blood Pressure Monitor